วิเคราะห์ผลงานแข้งญี่ปุ่น! โชว์ฟอร์มที่อังกฤษดุแค่ไหน❓ ก่อนลุยบอลโลก 2026

ฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก กำลังจะเปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายนนี้ โดยก่อนเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์รอบสุดท้าย ทีมฟุตบอลชายทีมชาติญี่ปุ่นได้เดินทางไปอุ่นเครื่องในแมตช์กระชับมิตรนานาชาติที่ประเทศอังกฤษและคว้าชัยชนะได้ทั้งสองนัด ซึ่งถือเป็นภารกิจสุดท้ายก่อนการประกาศรายชื่อนักเตะชุดลุยศึกฟุตบอลโลกอย่างเป็นทางการ ในช่วงนับถอยหลัง 2 เดือนสุดท้ายก่อนเปิดสนาม บทความนี้จะขอสรุปและวิเคราะห์ฟอร์มการเล่นจากเกมอุ่นเครื่องที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ทีมชาติญี่ปุ่นสามารถเอาชนะทีมเต็งแชมป์โลกอย่างอังกฤษได้ 1-0 ณ สนามเวมบลีย์ กรุงลอนดอน ซึ่งถือเป็นการคว้าชัยชนะเหนือทัพสิงโตคำรามได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แม้ว่าผู้เล่นตัวหลักอย่าง วาตารุ เอ็นโด (ลิเวอร์พูล), ทาคุมิ มินามิโนะ (โมนาโก) และ ทาเคฟุสะ คุโบะ (เรอัล โซเซียดาด) จะมีอาการบาดเจ็บจนพลาดลงสนาม แต่ฟอร์มโดยรวมของทีมกลับไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด
ในส่วนของเกมรุก ญี่ปุ่นส่งตัวจี๊ดอย่าง คาโอรุ มิโตมะ (ไบรท์ตัน) และ จุนยะ อิโตะ (เกงค์) ลงเป็นตัวจริง โดยมีวิงแบ็กอย่าง เคอิโตะ นากามูระ (แร็งส์) และ ริตสึ โดอัน (แฟรงก์เฟิร์ต) คอยเคลื่อนที่สลับตำแหน่งอย่างคล่องตัว โชว์การประสานงานที่ยอดเยี่ยมและเกมสวนกลับที่มีประสิทธิภาพ
ย้อนกลับไปในเกมเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่เอาชนะสกอตแลนด์ 1-0 จังหวะชี้ขาดเกิดขึ้นในครึ่งหลังเมื่อผู้เล่นทั้ง 4 คนนี้ลงสนามพร้อมกันจนสามารถทำประตูชัยได้ โดยโดอันกล่าวอย่างพอใจว่า "ตอนนี้เรามีตัวเลือกในเกมรุกที่หลากหลายมากขึ้น"
ในแดนกลางที่ขาดเอ็นโด เกมที่พบกับอังกฤษเป็นการจับคู่กันของ ไดจิ คามาดะ (คริสตัล พาเลซ) และ ไคชู ซาโนะ (ไมน์ซ) ซึ่งทำผลงานได้ดีทั้งรุกและรับ ส่วนแผงหลังที่ไร้เงา ทาเคฮิโระ โทมิยาสุ และ โค อิตาคุระ (ทั้งคู่สังกัดอาแจ็กซ์) ก็ยังคงแข็งแกร่งดั่งหินผาจนสามารถเก็บคลีนชีตได้ทั้งสองนัด โดยมี ฮิโรกิ อิโตะ (บาเยิร์น มิวนิก) ที่หายเจ็บกลับมา และรุ่นใหญ่อย่าง โชโกะ ทานิกุจิ (แซงต์-ตรุยดอง) ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น
ฮาจิเมะ โมริยาสุ หัวหน้าผู้ฝึกสอนกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า "ในระหว่างความท้าทายเพื่อเพิ่มขุมกำลังในทีมให้มีความลึกขึ้น นักเตะหลายคนพัฒนาขึ้นจนสามารถต่อกรกับระดับโลกได้อย่างสูสี" ชัยชนะครั้งนี้จึงช่วยสร้างความมั่นใจให้กับทัพซามูไรบลูเป็นอย่างมากก่อนลุยศึกฟุตบอลโลกที่กำลังจะมาถึง
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ทีมชาติญี่ปุ่นสามารถเอาชนะทีมเต็งแชมป์โลกอย่างอังกฤษได้ 1-0 ณ สนามเวมบลีย์ กรุงลอนดอน ซึ่งถือเป็นการคว้าชัยชนะเหนือทัพสิงโตคำรามได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แม้ว่าผู้เล่นตัวหลักอย่าง วาตารุ เอ็นโด (ลิเวอร์พูล), ทาคุมิ มินามิโนะ (โมนาโก) และ ทาเคฟุสะ คุโบะ (เรอัล โซเซียดาด) จะมีอาการบาดเจ็บจนพลาดลงสนาม แต่ฟอร์มโดยรวมของทีมกลับไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด
ในส่วนของเกมรุก ญี่ปุ่นส่งตัวจี๊ดอย่าง คาโอรุ มิโตมะ (ไบรท์ตัน) และ จุนยะ อิโตะ (เกงค์) ลงเป็นตัวจริง โดยมีวิงแบ็กอย่าง เคอิโตะ นากามูระ (แร็งส์) และ ริตสึ โดอัน (แฟรงก์เฟิร์ต) คอยเคลื่อนที่สลับตำแหน่งอย่างคล่องตัว โชว์การประสานงานที่ยอดเยี่ยมและเกมสวนกลับที่มีประสิทธิภาพ
ย้อนกลับไปในเกมเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่เอาชนะสกอตแลนด์ 1-0 จังหวะชี้ขาดเกิดขึ้นในครึ่งหลังเมื่อผู้เล่นทั้ง 4 คนนี้ลงสนามพร้อมกันจนสามารถทำประตูชัยได้ โดยโดอันกล่าวอย่างพอใจว่า "ตอนนี้เรามีตัวเลือกในเกมรุกที่หลากหลายมากขึ้น"
ในแดนกลางที่ขาดเอ็นโด เกมที่พบกับอังกฤษเป็นการจับคู่กันของ ไดจิ คามาดะ (คริสตัล พาเลซ) และ ไคชู ซาโนะ (ไมน์ซ) ซึ่งทำผลงานได้ดีทั้งรุกและรับ ส่วนแผงหลังที่ไร้เงา ทาเคฮิโระ โทมิยาสุ และ โค อิตาคุระ (ทั้งคู่สังกัดอาแจ็กซ์) ก็ยังคงแข็งแกร่งดั่งหินผาจนสามารถเก็บคลีนชีตได้ทั้งสองนัด โดยมี ฮิโรกิ อิโตะ (บาเยิร์น มิวนิก) ที่หายเจ็บกลับมา และรุ่นใหญ่อย่าง โชโกะ ทานิกุจิ (แซงต์-ตรุยดอง) ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น
ฮาจิเมะ โมริยาสุ หัวหน้าผู้ฝึกสอนกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า "ในระหว่างความท้าทายเพื่อเพิ่มขุมกำลังในทีมให้มีความลึกขึ้น นักเตะหลายคนพัฒนาขึ้นจนสามารถต่อกรกับระดับโลกได้อย่างสูสี" ชัยชนะครั้งนี้จึงช่วยสร้างความมั่นใจให้กับทัพซามูไรบลูเป็นอย่างมากก่อนลุยศึกฟุตบอลโลกที่กำลังจะมาถึง
จาก:ข่าวฮอต
โพสต์ฮอต
-
พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ: เชลซี vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้ -
พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs ลีดส์ ยูไนเต็ด -
พรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก: ลิเวอร์พูล vs ปารีส แซงต์ แชร์กแมง -
พรีวิวฟุตบอล บุนเดิสลีกา เยอรมัน: สตุ๊ตการ์ต vs ฮัมบูร์ก -
พรีวิวฟุตบอล ลาลิกา สเปน: เลบานเต้ vs เกตาเฟ่ -
พรีวิวฟุตบอล เซเรียอา อิตาลี: โคโม vs อินเตอร์ มิลาน



