ข่าวฮอต

ฟีฟ่าเอาจริง! สั่งแบน "ปิดปากเถียง" ในบอลโลก ใครฝ่าฝืนเจอใบแดงทันที

ฟีฟ่าเอาจริง! สั่งแบน
คณะกรรมการสมาคมฟุตบอลระหว่างประเทศ (IFAB) ได้จัดการประชุมวิสามัญขึ้นที่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา โดยมีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติการแก้ไขกฎระเบียบ 2 ข้อตามที่ฟีฟ่าเสนอ ซึ่งกฎใหม่นี้มุ่งเน้นไปที่พฤติกรรมการเลือกปฏิบัติและการประท้วงที่ไม่เหมาะสม โดยจะมีการแจ้งรายละเอียดให้ทั้ง 48 ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ทราบภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

จากการเห็นพ้องในการประชุมประจำปีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากฟีฟ่าได้หารือร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างถี่ถ้วน โดยการแก้ไขกฎข้อแรกเกี่ยวข้องกับการที่ผู้เล่นเอามือปิดปากขณะมีปากเสียงกับคู่แข่ง ตามกฎใหม่นี้ หากฝ่ายจัดการแข่งขันกำหนดไว้ ผู้เล่นคนใดก็ตามที่เอามือปิดปากระหว่างเผชิญหน้ากับคู่แข่งในลักษณะขัดแย้ง อาจถูกลงโทษด้วยใบแดงไล่ออกจากสนาม

การแก้ไขกฎอีกข้อหนึ่งพุ่งเป้าไปที่พฤติกรรมการเดินออกจากสนามเพื่อประท้วงการตัดสินของผู้ตัดสิน ตามกฎใหม่นี้ หากฝ่ายจัดการแข่งขันกำหนดไว้ ผู้ตัดสินสามารถให้ใบแดงแก่ผู้เล่นคนใดก็ตามที่เดินออกจากสนามเพื่อประท้วงคำตัดสิน กฎนี้ยังครอบคลุมถึงเจ้าหน้าที่ทีมที่ยุยงให้ผู้เล่นเดินออกจากสนามด้วย นอกจากนี้ หากทีมใดเป็นต้นเหตุให้การแข่งขันต้องยุติลง ตามหลักการแล้วทีมนั้นจะถูกปรับแพ้ทันที โดยรายละเอียดทั้งหมดจะมีการชี้แจงต่อ 48 ทีมในฟุตบอลโลก 2026 ต่อไป

จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ระบุว่า "ในการประชุมวิสามัญของคณะกรรมการสมาคมฟุตบอลระหว่างประเทศ (IFAB) ที่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ได้มีการตัดสินใจครั้งสำคัญหลายประการ เพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของการแข่งขันฟุตบอล และเพื่อให้มั่นใจว่าการเคารพซึ่งกันและกันยังคงเป็นบรรทัดฐานพื้นฐานของฟุตบอลทุกระดับ ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่า ตามการตัดสินใจของฝ่ายจัดการแข่งขัน ผู้เล่นคนใดที่ปิดปากขณะเผชิญหน้ากับคู่แข่งอาจได้รับใบแดง เช่นเดียวกับผู้เล่นที่เดินออกจากสนามเพื่อประท้วงการตัดสิน รวมถึงเจ้าหน้าที่ทีมที่ยุยงให้ทำเช่นนั้น

ขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่สละเวลาและให้ข้อเสนอแนะอันมีค่าจนบรรลุข้อตกลงในเรื่องสำคัญเหล่านี้ การแก้ไขนี้ดำเนินการภายใต้กระบวนการหารือที่นำโดยฟีฟ่า และจะเริ่มใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่แคนาดา เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ ฝ่ายจัดการแข่งขันรายการอื่นๆ สามารถตัดสินใจนำกฎนี้ไปใช้ก่อนล่วงหน้าได้ ก่อนที่จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการทั่วโลกในวันที่ 1 กรกฎาคม 2026"