ฟาเบรกาสปัดคุมเชลซี ยันโฟกัสพาโคโม่ลุยต่อ
โรซีเนียร์ ถูกปลดออกจากตำแหน่งหลังจากคุมทีมได้เพียง 106 วัน จากสัญญาที่เซ็นไว้เมื่อวันที่ 6 มกราคม ซึ่งมีความยาวถึง 2,001 วัน (หรือเกือบ 6 ปี) ฟางเส้นสุดท้ายคือการพ่ายแพ้ต่อ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน อย่างย่อยยับ 3-0 เมื่อคืนวันอังคาร ส่งผลให้ เชลซี ทำสถิติเลวร้ายด้วยการปืนฝืดทำประตูไม่ได้ในลีกเป็นเกมที่ 5 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นสถิติที่ย่ำแย่ที่สุดของสโมสรนับตั้งแต่ปี 1912 โดยในขณะนี้ คาลัม แม็คฟาร์เลน จะทำหน้าที่กุนซือขัดตาทัพจนจบฤดูกาล และเตรียมคุมทีมนัดต่อไปในศึก เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ที่จะพบกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ในวันอาทิตย์นี้
ทางด้าน ฟาเบรกาส วัย 38 ปี ซึ่งเคยค้าแข้งในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ระหว่างปี 2014-2019 ลงเป็นตัวจริง 105 นัด คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย, คาราบาว คัพ 1 สมัย และ เอฟเอ คัพ 1 สมัย กำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับ โคโม่ โดยพาทีมเลื่อนชั้นสู่ กัลโช่ เซเรีย อา ได้สำเร็จเมื่อปี 2024 หลังจากรอคอยมานานถึง 21 ปี ปัจจุบันพาทีมรั้งอันดับ 6 ของตารางและยังมีลุ้นพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แม้เพิ่งพ่าย อินเตอร์ มิลาน 3-2 ในศึก โคปปา อิตาเลีย รอบรองชนะเลิศก็ตาม
ก่อนหน้านี้ เมียร์วาน ซูวาร์โซ่ ประธานสโมสรโคโม่ ได้ให้สัมภาษณ์ว่าพร้อมเปิดทางให้ ฟาเบรกาส ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นส่วนน้อยของทีม ย้ายไปคุมทีมในพรีเมียร์ลีกหากเป็นความต้องการของเจ้าตัว แต่ล่าสุด ฟาเบรกาส ได้ออกมายุติข่าวลือทั้งหมดผ่าน ฟาบริซิโอ โรมาโน่ โดยระบุว่า เขาไม่มีอะไรจะพูดถึงเรื่องนี้ การคิดถึงเรื่องคุมเชลซีในตอนนี้เป็นเรื่องไร้สาระ สมาธิของเขาทั้งหมดจดจ่ออยู่กับเกมต่อไปที่จะพบกับ เจนัว และเขาเชื่อมั่นว่าจะสานต่อเรื่องราวในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนของ โคโม่ ต่อไป
ทั้งนี้ เมื่อ ฟาเบรกาส ตัดตัวเองออกจากแคนดิเดต ทำให้รายชื่อผู้จัดการทีมถาวรคนใหม่ที่ เชลซี อาจดึงตัวมาร่วมงาน ได้แก่ ชาบี อลอนโซ่ อดีตกุนซือเรอัล มาดริด และ มาร์โก ซิลวา ผู้จัดการทีมฟูแล่มคนปัจจุบัน
จาก:ข่าวฮอต
โพสต์ฮอต
-
พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ: อาร์เซน่อล vs นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด -
พรีวิวฟุตบอล เอฟเอคัพ: เชลซี vs ลีดส์ ยูไนเต็ด -
พรีวิวฟุตบอล เอฟเอคัพ อังกฤษ: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ vs เซาแธมป์ตัน -
พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ: แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs เบรนท์ฟอร์ด -
พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ: ซันเดอร์แลนด์ vs น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ -
พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ: ลิเวอร์พูล พบ คริสตัล พาเลซ



