สิงห์ต่อโหด! ปิดดีล "การ์นาโช่" แค่ 40 ล้านปอนด์ หลังผีเรียกตอนแรก 70 ล้าน

ตามรายงานจาก "เดอะ เมล" ระบุว่า เชลซีพยายามปรับภาพลักษณ์และแก้ไขความเข้าใจผิดที่สังคมมีต่อ การ์นาโช่ โดยมีการวางแผนจัดตารางสัมภาษณ์เพื่ออธิบายถึงรอยสักจากซีรีส์ "Prison Break" รวมถึงสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ฟอร์มการเล่นของเขาตกลงไป
รายงานเปิดเผยว่า ก่อนที่จะย้ายมาร่วมทีมเชลซี การ์นาโช่เคยปฏิเสธข้อเสนอจาก อัล นาสเซอร์ ขณะที่ บาเยิร์น มิวนิก ก็เคยให้ความสนใจในตัวเขาก่อนจะตัดสินใจเซ็นสัญญากับ หลุยส์ ดิอาซ นอกจากนี้ แอสตัน วิลล่า ก็เคยสอบถามถึงสถานการณ์ของเขาเช่นกัน ปัจจุบันทัพสิงห์บลูส์อาจพิจารณาปล่อยตัวเขาออกจากทีมอีกครั้ง ซึ่งหากมีการย้ายทีมเกิดขึ้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะได้รับส่วนแบ่งจากการขายต่อ 10% อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ยังไม่มีสโมสรใดแสดงความสนใจอย่างจริงจัง
ที่ศูนย์ฝึกค็อบแฮม มีทีมงานบางส่วนพยายามช่วยการ์นาโช่ให้กลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง และลบภาพจำที่คนภายนอกมองว่าเขาเป็นพวกอวดดี เพราะหลายคนมองว่าเขาเป็นพวกที่ดูดีแค่ภายนอกแต่ข้างในกลับไม่มีอะไร โดยเฉพาะการถูกวิจารณ์ว่าเปลี่ยนทรงผมบ่อยกว่าการทำผลงานในสนามเสียอีก ไม่ว่าชื่อเสียนี้จะยุติธรรมต่อเขาหรือไม่ แต่เขาก็ต้องแบกรับคำวิจารณ์เหล่านี้ไว้ เพื่อให้การ์นาโช่ได้แสดงตัวตนที่แท้จริง เชลซีจึงจัดให้เขาเข้ารับการสัมภาษณ์ทางโทรทัศน์กับบริษัทผลิตเนื้อหาของพรีเมียร์ลีกเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา แม้จะยากที่จะเปลี่ยนใจแฟนบอลได้ทุกคน แต่ในการสนทนาครั้งนี้ การ์นาโช่ได้แสดงออกอย่างจริงใจมาก
เขาบอกกับผู้สัมภาษณ์ว่าเขาเป็นเพียง "คนธรรมดา" และอธิบายว่าเขามักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นนักเตะที่ทะเยอทะยานและจองหอง แต่ในความเป็นจริงเขาเป็นคุณพ่อที่อ่อนน้อมถ่อมตนและมีลูกชายวัย 2 ขวบ นอกจากนี้เขายังยืนยันว่าไม่ใช่สายปาร์ตี้ แต่มักจะใช้เวลาช่วงกลางคืนไปกับการดูซีรีส์เรื่องโปรดอย่าง "Prison Break" ซึ่งเป็นที่มาของรอยสักที่แขนขวาของเขา การ์นาโช่กล่าวเสริมว่าผู้คนไม่ควรตัดสินเขาเพียงเพราะเขามีรอยสัก ใส่แว่นกันแดด หรือย้อมผมสีทอง นอกจากนี้เขายังระบุว่าตนเองไม่เคยลืมบุญคุณของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ปลุกปั้นมา และยอมรับว่าที่ผ่านมาเคยทำความผิดพลาดไปบ้าง
อย่างไรก็ตาม ตามข้อมูลจาก "เดอะ เมล" ระบุว่าเชลซีได้ทำการตรวจสอบพฤติกรรมของนักเตะอย่างละเอียดก่อนเซ็นสัญญาเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาและพอใจกับผลการตรวจสอบ ในตอนแรกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการขายเขาที่ราคา 70 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นราคาเดียวกับที่เคยเรียกจาก นาโปลี เมื่อช่วงเดือนมกราคม แต่หลังจากเชลซีต่อรองที่ราคา 25 ล้านปอนด์ แมนฯ ยูไนเต็ด จึงลดราคาลงมาเหลือ 50 ล้านปอนด์ จนสุดท้ายตกลงกันได้ที่ 40 ล้านปอนด์ โดยมี คาร์ลอส แคมเบโร ผู้อำนวยการเอเจนซี่ Lead3rs เป็นผู้ประสานงาน ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกับที่ดูแลการย้ายทีมของ โอยาเดเล่ นักเตะสตราสบูร์กด้วย
เชลซีมีความจำเป็นเร่งด่วนในการเสริมเกมรุกฝั่งซ้าย เนื่องจาก มูดริก ถูกแบนจากการตรวจโด๊ปไม่ผ่าน ส่วน ซานโช่ ก็ไม่ได้ย้ายทีมถาวรหลังหมดสัญญายืมตัว และ จอร์จ ก็ถูกขึ้นบัญชีขาย แต่ตั้งแต่ย้ายมา ผลงานของการ์นาโช่ในตำแหน่งปีกซ้ายกลับไม่น่าประทับใจนัก สถิติระบุว่าเขาลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไป 1,148 นาที แต่เลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งได้เพียง 11 ครั้ง ซึ่งน้อยกว่า กิตเทนส์ (13 ครั้งใน 490 นาที) และ เอสเตเวา (29 ครั้งใน 829 นาที) โดยมากกว่า อะเชียมปง (10 ครั้งใน 574 นาที) เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
การ์นาโช่เชื่อว่ามีสาเหตุภายนอกที่ทำให้เขาฟอร์มตก ประการแรกคือเขามารายงานตัวช้ากว่าคนอื่นและไม่ได้ร่วมฝึกซ้อมในช่วงปรีซีซั่น การปรับตัวเข้ากับสโมสรและเมืองใหม่ต้องใช้เวลา ซึ่งเชลซีอาจจะยอมรับในจุดนี้ได้ แต่ในความเป็นจริง ในขณะที่ทีมกำลังลุ้นโควตาแชมเปียนส์ลีก การ์นาโช่ไม่ใช่ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของทีม ตัวอย่างเช่น ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคมเป็นต้นมา เชลซียังไม่เคยเก็บคลีนชีตได้เลยในพรีเมียร์ลีก อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ต้องพยายามหยุดคู่แข่งไม่ให้ทำประตู พวกเขาก็หวังว่าบรรดาแนวรุก รวมถึงการ์นาโช่ที่ฟอร์มกำลังฝืด จะสามารถเรียกความมั่นใจกลับมาได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
รายงานเปิดเผยว่า ก่อนที่จะย้ายมาร่วมทีมเชลซี การ์นาโช่เคยปฏิเสธข้อเสนอจาก อัล นาสเซอร์ ขณะที่ บาเยิร์น มิวนิก ก็เคยให้ความสนใจในตัวเขาก่อนจะตัดสินใจเซ็นสัญญากับ หลุยส์ ดิอาซ นอกจากนี้ แอสตัน วิลล่า ก็เคยสอบถามถึงสถานการณ์ของเขาเช่นกัน ปัจจุบันทัพสิงห์บลูส์อาจพิจารณาปล่อยตัวเขาออกจากทีมอีกครั้ง ซึ่งหากมีการย้ายทีมเกิดขึ้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะได้รับส่วนแบ่งจากการขายต่อ 10% อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ยังไม่มีสโมสรใดแสดงความสนใจอย่างจริงจัง
ที่ศูนย์ฝึกค็อบแฮม มีทีมงานบางส่วนพยายามช่วยการ์นาโช่ให้กลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง และลบภาพจำที่คนภายนอกมองว่าเขาเป็นพวกอวดดี เพราะหลายคนมองว่าเขาเป็นพวกที่ดูดีแค่ภายนอกแต่ข้างในกลับไม่มีอะไร โดยเฉพาะการถูกวิจารณ์ว่าเปลี่ยนทรงผมบ่อยกว่าการทำผลงานในสนามเสียอีก ไม่ว่าชื่อเสียนี้จะยุติธรรมต่อเขาหรือไม่ แต่เขาก็ต้องแบกรับคำวิจารณ์เหล่านี้ไว้ เพื่อให้การ์นาโช่ได้แสดงตัวตนที่แท้จริง เชลซีจึงจัดให้เขาเข้ารับการสัมภาษณ์ทางโทรทัศน์กับบริษัทผลิตเนื้อหาของพรีเมียร์ลีกเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา แม้จะยากที่จะเปลี่ยนใจแฟนบอลได้ทุกคน แต่ในการสนทนาครั้งนี้ การ์นาโช่ได้แสดงออกอย่างจริงใจมาก
เขาบอกกับผู้สัมภาษณ์ว่าเขาเป็นเพียง "คนธรรมดา" และอธิบายว่าเขามักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นนักเตะที่ทะเยอทะยานและจองหอง แต่ในความเป็นจริงเขาเป็นคุณพ่อที่อ่อนน้อมถ่อมตนและมีลูกชายวัย 2 ขวบ นอกจากนี้เขายังยืนยันว่าไม่ใช่สายปาร์ตี้ แต่มักจะใช้เวลาช่วงกลางคืนไปกับการดูซีรีส์เรื่องโปรดอย่าง "Prison Break" ซึ่งเป็นที่มาของรอยสักที่แขนขวาของเขา การ์นาโช่กล่าวเสริมว่าผู้คนไม่ควรตัดสินเขาเพียงเพราะเขามีรอยสัก ใส่แว่นกันแดด หรือย้อมผมสีทอง นอกจากนี้เขายังระบุว่าตนเองไม่เคยลืมบุญคุณของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ปลุกปั้นมา และยอมรับว่าที่ผ่านมาเคยทำความผิดพลาดไปบ้าง
อย่างไรก็ตาม ตามข้อมูลจาก "เดอะ เมล" ระบุว่าเชลซีได้ทำการตรวจสอบพฤติกรรมของนักเตะอย่างละเอียดก่อนเซ็นสัญญาเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาและพอใจกับผลการตรวจสอบ ในตอนแรกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการขายเขาที่ราคา 70 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นราคาเดียวกับที่เคยเรียกจาก นาโปลี เมื่อช่วงเดือนมกราคม แต่หลังจากเชลซีต่อรองที่ราคา 25 ล้านปอนด์ แมนฯ ยูไนเต็ด จึงลดราคาลงมาเหลือ 50 ล้านปอนด์ จนสุดท้ายตกลงกันได้ที่ 40 ล้านปอนด์ โดยมี คาร์ลอส แคมเบโร ผู้อำนวยการเอเจนซี่ Lead3rs เป็นผู้ประสานงาน ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกับที่ดูแลการย้ายทีมของ โอยาเดเล่ นักเตะสตราสบูร์กด้วย
เชลซีมีความจำเป็นเร่งด่วนในการเสริมเกมรุกฝั่งซ้าย เนื่องจาก มูดริก ถูกแบนจากการตรวจโด๊ปไม่ผ่าน ส่วน ซานโช่ ก็ไม่ได้ย้ายทีมถาวรหลังหมดสัญญายืมตัว และ จอร์จ ก็ถูกขึ้นบัญชีขาย แต่ตั้งแต่ย้ายมา ผลงานของการ์นาโช่ในตำแหน่งปีกซ้ายกลับไม่น่าประทับใจนัก สถิติระบุว่าเขาลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไป 1,148 นาที แต่เลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งได้เพียง 11 ครั้ง ซึ่งน้อยกว่า กิตเทนส์ (13 ครั้งใน 490 นาที) และ เอสเตเวา (29 ครั้งใน 829 นาที) โดยมากกว่า อะเชียมปง (10 ครั้งใน 574 นาที) เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
การ์นาโช่เชื่อว่ามีสาเหตุภายนอกที่ทำให้เขาฟอร์มตก ประการแรกคือเขามารายงานตัวช้ากว่าคนอื่นและไม่ได้ร่วมฝึกซ้อมในช่วงปรีซีซั่น การปรับตัวเข้ากับสโมสรและเมืองใหม่ต้องใช้เวลา ซึ่งเชลซีอาจจะยอมรับในจุดนี้ได้ แต่ในความเป็นจริง ในขณะที่ทีมกำลังลุ้นโควตาแชมเปียนส์ลีก การ์นาโช่ไม่ใช่ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของทีม ตัวอย่างเช่น ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคมเป็นต้นมา เชลซียังไม่เคยเก็บคลีนชีตได้เลยในพรีเมียร์ลีก อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ต้องพยายามหยุดคู่แข่งไม่ให้ทำประตู พวกเขาก็หวังว่าบรรดาแนวรุก รวมถึงการ์นาโช่ที่ฟอร์มกำลังฝืด จะสามารถเรียกความมั่นใจกลับมาได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
โพสต์ฮอต
-
พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ vs อาร์เซน่อล -
พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ: เอฟเวอร์ตัน vs ลิเวอร์พูล -
พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ: เชลซีvsแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด -
พรีวิวฟุตบอล เซเรียอา อิตาลี: อินเตอร์ มิลาน vs กาญารี่ -
พรีวิวฟุตบอล เซเรีย อา อิตาลี: นาโปลี vs ลาซิโอ -
พรีวิวฟุตบอล ลีกเอิง ฝรั่งเศส: ล็องส์ vs ตูลูส



