เจาะลึกญี่ปุ่น! บอลโลกหนนี้ "เก้าอี้สำรอง" อาจเป็นตัวแปรพาทีมไปสู่ชัยชนะ

ก่อนเข้าสู่การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ทีมชาติญี่ปุ่นได้เดินทางไปอุ่นเครื่องที่สหราชอาณาจักรและคว้าชัยชนะได้ทั้งสองนัด การเดินทางครั้งนี้เปรียบเสมือน "ศึกตัดสินเพื่อความอยู่รอด" สำหรับเหล่านักเตะที่ยังไม่การันตีตำแหน่งในทีมชาติชุดใหญ่ ทว่าหลายคนกลับยังไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ชัดเจนผ่านการทำประตูโดยตรง ในช่วงนับถอยหลังอีกเพียงสองเดือนก่อนฟุตบอลโลกจะเปิดฉาก เฮดโค้ชฮาจิเมะ โมริยาสุ ได้ย้ำอยู่เสมอถึงความจำเป็นในการมี "ขุมกำลังที่แข็งแกร่งถึงสองชุด" ซึ่งทีมชาติญี่ปุ่นยังคงมีพื้นที่ให้ต้องพัฒนาหากต้องการพุ่งชนเป้าหมายที่สูงขึ้น
เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ญี่ปุ่นเอาชนะบาห์เรนในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 18 ทีมสุดท้าย ทำให้คว้าตั๋วผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้สำเร็จก่อนกำหนดถึงสามนัด และกลายเป็นชาติแรกที่ไม่ใช่เจ้าภาพที่ได้ไปเล่นรอบสุดท้าย นับเป็นการเข้ารอบฟุตบอลโลกติดต่อกันเป็นสมัยที่ 8 แม้ในการเก็บตัวที่สหรัฐฯ เมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา ผลงานการพบกับเม็กซิโกและสหรัฐฯ จะจบลงด้วยการเสมอหนึ่งและแพ้หนึ่งนัด แต่ในเดือนตุลาคม ญี่ปุ่นก็สร้างความตะลึงให้วงการลูกหนังโลกด้วยการเอาชนะบราซิลได้เป็นครั้งแรกในการพบกันครั้งที่ 14
ตามมาด้วยการเดินทางไปอุ่นเครื่องที่สหราชอาณาจักรในครั้งนี้ เกมที่พบกับสกอตแลนด์เมื่อวันที่ 28 มีนาคม เน้นไปที่การทดลองทีมเป็นหลัก โดยมีแนวรุกอย่าง ยูอิโตะ ซูซูกิ (ไฟรบวร์ก), โคได ซาโนะ (เอ็นอีซี ไนเมเกน) และหน้าเป้าอย่าง เคอิสึเกะ โกโตะ (แซงต์-ตรุยเดน) ลงสนามเป็นตัวจริง
ก่อนเริ่มเกม ทั้งสามคนมีสถิติลงเล่นให้ทีมชาติชุดใหญ่ไม่ถึง 5 นัด แม้ซูซูกิจะพยายามเลี้ยงตัดเข้าไปยิง และโกโตะจะแสดงให้เห็นถึงทักษะการใช้เท้าที่คล่องแคล่วรวมถึงการเป็นตัวพักบอล แต่ก็ยังไม่สามารถสร้างความประทับใจได้มากพอ
ขณะที่น้องใหม่ที่ติดทีมชาติเป็นครั้งแรกอย่าง เคนโตะ ชิโอไก (โวล์ฟสบวร์ก) ถูกส่งลงสนามเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 33 ของครึ่งหลัง และสามารถทำแอสซิสต์ให้ทีมได้ประตูชัย นอกจากนี้เขายังแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทในเกมรับ โชว์ศักยภาพที่โดดเด่นทั้งรุกและรับในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ได้ลงสนาม
ส่วนในเกมประวัติศาสตร์ที่เอาชนะอังกฤษ ณ สังเวียน "ศักดิ์สิทธิ์" อย่างเวมบลีย์ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ญี่ปุ่นต้องเผชิญกับการบุกกระหน่ำในช่วงท้ายเกม โดยคู่แข่งส่งผู้เล่นระดับโลกอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด (บาร์เซโลนา) ลงมาเสริมทัพ การมีผู้เล่นระดับท็อปสแตนด์บายอยู่ที่ม้านั่งสำรองและความลึกของทีม คือจุดแข็งของทีมเต็งแชมป์ฟุตบอลโลก การจะคว้าถ้วยรางวัลมาครองต้องชนะติดต่อกันถึง 8 นัด ดังนั้นการสร้างทีมที่มีขุมกำลังแข็งแกร่งและหนาแน่นจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง หลังจากนี้เหล่านักเตะจะแยกย้ายกลับไปยังสโมสรต้นสังกัดเพื่อขัดเกลาเทคนิคและเพิ่มพูนความแข็งแกร่งต่อไปในอนาคต
เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ญี่ปุ่นเอาชนะบาห์เรนในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 18 ทีมสุดท้าย ทำให้คว้าตั๋วผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้สำเร็จก่อนกำหนดถึงสามนัด และกลายเป็นชาติแรกที่ไม่ใช่เจ้าภาพที่ได้ไปเล่นรอบสุดท้าย นับเป็นการเข้ารอบฟุตบอลโลกติดต่อกันเป็นสมัยที่ 8 แม้ในการเก็บตัวที่สหรัฐฯ เมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา ผลงานการพบกับเม็กซิโกและสหรัฐฯ จะจบลงด้วยการเสมอหนึ่งและแพ้หนึ่งนัด แต่ในเดือนตุลาคม ญี่ปุ่นก็สร้างความตะลึงให้วงการลูกหนังโลกด้วยการเอาชนะบราซิลได้เป็นครั้งแรกในการพบกันครั้งที่ 14
ตามมาด้วยการเดินทางไปอุ่นเครื่องที่สหราชอาณาจักรในครั้งนี้ เกมที่พบกับสกอตแลนด์เมื่อวันที่ 28 มีนาคม เน้นไปที่การทดลองทีมเป็นหลัก โดยมีแนวรุกอย่าง ยูอิโตะ ซูซูกิ (ไฟรบวร์ก), โคได ซาโนะ (เอ็นอีซี ไนเมเกน) และหน้าเป้าอย่าง เคอิสึเกะ โกโตะ (แซงต์-ตรุยเดน) ลงสนามเป็นตัวจริง
ก่อนเริ่มเกม ทั้งสามคนมีสถิติลงเล่นให้ทีมชาติชุดใหญ่ไม่ถึง 5 นัด แม้ซูซูกิจะพยายามเลี้ยงตัดเข้าไปยิง และโกโตะจะแสดงให้เห็นถึงทักษะการใช้เท้าที่คล่องแคล่วรวมถึงการเป็นตัวพักบอล แต่ก็ยังไม่สามารถสร้างความประทับใจได้มากพอ
ขณะที่น้องใหม่ที่ติดทีมชาติเป็นครั้งแรกอย่าง เคนโตะ ชิโอไก (โวล์ฟสบวร์ก) ถูกส่งลงสนามเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 33 ของครึ่งหลัง และสามารถทำแอสซิสต์ให้ทีมได้ประตูชัย นอกจากนี้เขายังแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทในเกมรับ โชว์ศักยภาพที่โดดเด่นทั้งรุกและรับในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ได้ลงสนาม
ส่วนในเกมประวัติศาสตร์ที่เอาชนะอังกฤษ ณ สังเวียน "ศักดิ์สิทธิ์" อย่างเวมบลีย์ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ญี่ปุ่นต้องเผชิญกับการบุกกระหน่ำในช่วงท้ายเกม โดยคู่แข่งส่งผู้เล่นระดับโลกอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด (บาร์เซโลนา) ลงมาเสริมทัพ การมีผู้เล่นระดับท็อปสแตนด์บายอยู่ที่ม้านั่งสำรองและความลึกของทีม คือจุดแข็งของทีมเต็งแชมป์ฟุตบอลโลก การจะคว้าถ้วยรางวัลมาครองต้องชนะติดต่อกันถึง 8 นัด ดังนั้นการสร้างทีมที่มีขุมกำลังแข็งแกร่งและหนาแน่นจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง หลังจากนี้เหล่านักเตะจะแยกย้ายกลับไปยังสโมสรต้นสังกัดเพื่อขัดเกลาเทคนิคและเพิ่มพูนความแข็งแกร่งต่อไปในอนาคต
จาก:ข่าวฮอต
โพสต์ฮอต
-
พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ vs อาร์เซน่อล -
พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ: เอฟเวอร์ตัน vs ลิเวอร์พูล -
พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ: เชลซีvsแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด -
พรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ: คริสตัล พาเลซ vs เวสต์แฮม ยูไนเต็ด -
พรีวิวฟุตบอล เซเรีย อา อิตาลี: นาโปลี vs ลาซิโอ -
พรีวิวฟุตบอล เซเรียอา อิตาลี: เลชเช่ vs ฟิออเรนติน่า



