ข่าวฮอต

สัญญาณอันตราย! TA ชี้จุดอ่อนอาร์เซนอลบนทางสู่บัลลังก์ เมื่ออาร์เตต้าเจอวิกฤตรอบทิศ

สัญญาณอันตราย! TA ชี้จุดอ่อนอาร์เซนอลบนทางสู่บัลลังก์ เมื่ออาร์เตต้าเจอวิกฤตรอบทิศ
The Athletic วิเคราะห์อุปสรรคบนเส้นทางลุ้นแชมป์ของทัพปืนใหญ่ โดยระบุว่าแม้ปัจจุบันอาร์เซนอลจะมีคะแนนนำห่างแมนฯ ซิตี้ ถึง 9 แต้ม (แข่งมากกว่า 1 นัด) แต่ มิเกล อาร์เตต้า ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้านในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล

ประการแรกคือเรื่องการรับมือกับความกดดัน

บทความชี้ให้เห็นว่า ความกดดันทางจิตใจจากการพลาดแชมป์ติดต่อกัน 3 ปีเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะหลังจากพ่ายแมนฯ ซิตี้ ในนัดชิงลีกคัพ และตกรอบเอฟเอคัพด้วยน้ำมือของเซาแธมป์ตัน ทำให้ความกังวลของแฟนบอลพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์มองว่าความพ่ายแพ้ทั้งสองนัดนี้ไม่ได้สะท้อนถึงสถานการณ์ในลีกโดยตรง เนื่องจากนัดชิงชนะเลิศทีมเล่นผิดฟอร์มกันทั้งชุด ส่วนนัดที่พบกับเซาแธมป์ตันก็ไม่ใช่ขุมกำลังหลักที่ใช้ในลีก

ขณะเดียวกัน ทีมยังแสดงให้เห็นถึงความใจสู้ด้วยการกลับมาคืนฟอร์มเก่งได้ทันควันในเกมบุกชนะสปอร์ติ้ง ลิสบอน ในศึกแชมเปียนส์ลีก ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า "อาร์เซนอลชุดนี้มีพลังในการคัมแบ็กที่แข็งแกร่งกว่าเดิม"

ปัญหาอาการบาดเจ็บและความเหนื่อยล้าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าปวดหัว

การแข่งขันสองนัดหลังช่วงพักเบรกทีมชาติพิสูจน์ให้เห็นว่า การถอนตัวจากทีมชาติของนักเตะหลายคนไม่ใช่แค่แท็กติก เพราะ ไรซ์ และ ทรอสซาร์ เพิ่งกลับมาซ้อมได้ก่อนเกมเยือนสปอร์ติ้งเพียงไม่นาน ขณะที่ ซาก้า พลาดการลงสนามในเกมเยือนถึงสองนัดรวด นอกจากนี้การขาดหายไปของ เมริโน่ ส่งผลกระทบต่อทีมอย่างมาก ทำให้ ไรซ์ และ ซูบิเมนดี้ ต้องกรำศึกหนักเกินไป เนื่องจากอาร์เตต่ายังไม่ไว้วางใจในตัว นอร์การ์ด มากนัก

ความผิดพลาดส่วนตัวที่เพิ่มขึ้นก็น่ากังวลเช่นกัน

ความผิดพลาดของ เกปา ในนัดชิงลีกคัพเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง เพราะนับตั้งแต่เริ่มต้นปี 2026 เป็นต้นมา ทั้ง กาเบรียล, ซูบิเมนดี้, ไรซ์ หรือแม้แต่ ราย่า ต่างก็เคยทำความผิดพลาดจนนำไปสู่การเสียประตู ข้อมูลระบุว่า อาร์เซนอลเป็นทีมที่มีสถิติความผิดพลาดจนทำให้คู่แข่งได้ยิงประตูสูงที่สุดถึง 31 ครั้งในลีกและฟุตบอลถ้วยในประเทศ โดยในจำนวนนี้กลายเป็นประตูถึง 8 ครั้ง ซึ่งความเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจจากการลุ้นแชมป์เป็นเหตุผลหลักที่อธิบายถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งนี้

ประสิทธิภาพในการทำประตูของแดนหน้ายังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา

แม้ว่าอาร์เซนอลจะเป็นทีมที่ทำประตูได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก และมีสถิติการพังประตูในแชมเปียนส์ลีกเหนือกว่าบาเยิร์นและบาร์ซ่า แต่หากไม่นับ ยอเคเรส (17 ประตู) และ มาร์ติเนลลี่ (11 ประตู) แล้ว ตัวรุกคนอื่นๆ ยังไม่มีใครทำประตูแตะเลขสองหลักเลย โดย เอเซ่ และ ซาก้า ทำได้คนละ 9 ประตู ส่วน ฮาแวร์ตซ์ ก็ประสบปัญหาเรื่องสภาพร่างกายและฟอร์มการเล่นเกือบตลอดทั้งฤดูกาล อาร์เตต้าเองอาจจะยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนสำหรับ "ส่วนผสมแนวรุกที่ดีที่สุด" ซึ่งแนวคิดเรื่อง "ตัวจริงและตัวปิดเกม" อาจกลายเป็นกุญแจสำคัญในช่วงที่เหลือของฤดูกาล

สุดท้ายคือเรื่องการบริหารจัดการเกม

อาร์เตต้ายอมรับหลังนัดชิงลีกคัพว่า ทีมจำเป็นต้องเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของเกมในแต่ละครึ่งเวลาให้ดีขึ้น แม้อาร์เซนอลชุดนี้จะเชี่ยวชาญในการคุมจังหวะ ทั้งการเล่นอย่างใจเย็นในเกมเยือนและการกดดันอย่างรวดเร็วในเกมเหย้า แต่ด้วยการใช้พลังงานที่มหาศาลของนักเตะในฤดูกาลนี้ การหวังให้ทีมครองเกมเบ็ดเสร็จตั้งแต่ต้นจนจบจึงเป็นเรื่องที่ไม่สมจริงนัก บทความทิ้งท้ายว่า ไม่ว่าปัญหาจะเล็กหรือใหญ่ กุญแจสำคัญคือการระบุให้ได้ว่าช่วงเวลาไหนในเกมที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะพลิกสถานการณ์ได้