ข่าวฮอต

สล็อตเบรก! "อิซัค" ยังไม่พร้อมสตาร์ทตัวจริง ชี้ยิงจุดโทษปีก่อนแค่เรื่องดวง

สล็อตเบรก!
คืนวันพุธต่อเช้าวันพฤหัสบดีนี้ ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก ลิเวอร์พูล มีคิวบุกไปเยือนถิ่นพาร์ก เดส์ แพร็งส์ ของแชมป์เก่าอย่าง ปารีส แซงต์-แชร์แมง โดยในการแถลงข่าวก่อนเกม สล็อต กุนซือทัพหงส์แดงได้ออกมาพูดถึงความพร้อมของทีม พร้อมตอบคำถามสำคัญที่แฟนบอลและสื่อมวลชนกำลังให้ความสนใจ

เกี่ยวกับ อิซัค

หลังจากร่วมซ้อมกับทีมมาเกือบหนึ่งสัปดาห์ ตอนนี้อิซัคพร้อมที่จะมีส่วนร่วมกับเกมแล้ว ไม่อย่างนั้นผมคงไม่พาเขามาด้วย เราได้หารือกับตัวนักเตะและทีมงานแล้ว เห็นตรงกันว่าตอนนี้เขาพร้อมลงไปสร้างผลงาน แต่ยังไม่เหมาะสำหรับการออกสตาร์ทเป็นตัวจริง นี่คือจุดที่ผมต้องชี้แจงให้ชัดเจน

เกี่ยวกับคำพูดของ ฟาน ไดจ์ค ที่บอกว่าทีม "ยอมแพ้" ในเกมพบแมนฯ ซิตี้

ในเกมฟุตบอล บางครั้งคุณอยากทำอะไรบางอย่างแต่ก็ทำไม่ได้ด้วยเหตุผลหลายประการ หนึ่งในนั้นคือการเสียประตูในช่วงที่คุณกำลังเล่นดีและอยู่ในฟอร์มที่ดี ปกติช่วงเวลาที่เจ็บปวดที่สุดคือช่วงก่อนและหลังพักครึ่ง เราสู้กับแมนฯ ซิตี้ได้อย่างสูสีแต่กลับตามหลัง 0-2 และพอสกอร์เป็น 0-3 ผมเห็นซาลาห์มีโอกาสทองแต่พลาดไป หลังจากนั้นเกมรับของเราก็หลวมเกินไปและนักเตะดูล้ามาก ตอนสกอร์ 0-4 แมนฯ ซิตี้ดูเหมือนจะปิดกล่องไปแล้ว แต่ผมไม่เห็นว่าลูกทีมจะยอมแพ้ อย่างไรก็ตาม ผมรู้สึกยินดีที่กัปตันมีการตอบโต้ที่รุนแรง และหวังว่าพรุ่งนี้เราจะแข็งแกร่งกว่าเดิม

ช่วง 35 นาทีแรกที่เอติฮัด สเตเดียม ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราต้องเจออุปสรรค และไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเล่นไม่ออกในช่วง 10-15 นาที ซึ่งจะว่าไปแล้ว สี่โอกาสนั้นคือโอกาสเดียวที่คู่แข่งมี 35 นาทีแรกนั้นทำให้ผมมั่นใจว่าเราสามารถต่อกรกับทีมระดับท็อปอย่างปารีสฯ ได้ เพราะศักยภาพและการบริหารจัดการเกมของพวกเขา แต่ถ้าเราปล่อยให้เกิดช่วงเวลาแบบ 20 นาทีนั้นเหมือนในเกมเจอซิตี้อีก เราคงต้องเสียอีก 4 ประตูแน่นอน มันคือความท้าทายสำหรับเราตั้งแต่ต้นจนจบ มิฉะนั้นมันจะเป็นค่ำคืนที่ยากลำบาก ปีที่แล้วเราควรจะแพ้ที่นี่ 0-4 จริงๆ แต่ก็นั่นแหละคือเสน่ห์ของฟุตบอล สุดท้ายเราเป็นฝ่ายชนะและทุกคนก็บอกว่า "นี่มันคือการปล้นชัดๆ"

เกี่ยวกับสภาพจิตใจของทีมในแคมป์ฝึกซ้อม

แน่นอนว่าเรามีการพูดคุยกันในที่ประชุมและมีการคุยแบบตัวต่อตัวด้วย ความรู้สึกที่ฟาน ไดจ์ค แบ่งปันออกมานั้นเป็นเรื่องปกติ แฟนบอลและทีมงานทุกคนต่างก็ผิดหวัง ซึ่งอารมณ์แบบนี้ต้องใช้เวลาสองสามวันกว่าจะสงบลง ก่อนที่เราจะมองไปข้างหน้าได้ และก่อนหน้านั้น เราต้องแก้ไขจุดที่ต้องปรับปรุงก่อน จากภาพย้อนหลัง 20 นาทีในเกมนั้น เราเห็นหลายจุดที่ต้องแก้ไขให้ดีขึ้น

ปารีสฯ ในช่วงไม่กี่ฤดูกาลที่ผ่านมา โดยเฉพาะภายใต้การคุมทีมของเอนริเก้ พวกเขาจะไม่ปล่อยให้คุณมีเวลาครองบอลเลย แท็กติกของพวกเขาคือบีบสูง บีบต่อเนื่อง และบีบกดดันตลอด ฤดูกาลนี้เราเจอสถานการณ์ลบๆ มาเยอะเพราะอุปสรรคหลายอย่าง ความพ่ายแพ้เมื่อวันเสาร์ถือเป็นความเจ็บปวดครั้งใหญ่ เพราะมันคือรอบก่อนรองชนะเลิศนัดสำคัญและเจอกับคู่แข่งที่แข็งแกร่ง แต่สำหรับผม ความรู้สึกนั้นมันแย่พอๆ กับตอนเสมอ ลีดส์ 3-3 หรือเสมอ ฟูแล่ม 2-2 ผมไม่ลืมความผิดหวังเหล่านั้นหรอก แต่ผมคงไม่สามารถไล่เรียงออกมาทั้งหมดได้ตามที่คนอยากจะถาม

เกี่ยวกับความกดดันในการทำผลงานให้ดี

ผมคิดว่าการได้เล่นในรอบก่อนรองชนะเลิศเป็นช่วงเวลาที่พิเศษเสมอ เราไม่สามารถมองว่าการเล่นแชมเปียนส์ลีกเป็นของตาย ปารีสฯ ทำผลงานได้ดีมาก ผมไม่ชอบตำแหน่งที่เราอยู่ในฤดูกาลนี้ แต่นั่นก็คือความท้าทายอย่างหนึ่ง มันเป็นโอกาสที่ดีและดีใจที่ได้รับโอกาสนั้นอีกครั้ง ปารีสฯ และแมนฯ ซิตี้ มีสไตล์การเล่นที่คล้ายกัน นี่จึงเป็นอีกโอกาสที่จะพิสูจน์ว่าเราไม่ใช่ทีมแบบที่แสดงออกมาในช่วง 20 นาทีที่เอติฮัด สเตเดียม

เกี่ยวกับป้ายชื่อ "ทีมเต็ง"

โดยปกติแล้ว ใครจะเป็นทีมเต็งนั้นไม่สำคัญ เพราะในสองนัดอะไรก็เกิดขึ้นได้ ทั้งสองทีมมีผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมและได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วในการเจอกันเมื่อฤดูกาลก่อน ปีที่แล้วเราเกือบแพ้ที่นี่ 0-4 และฟอร์มแย่กว่าเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเสียอีก ต้องขอบคุณอลิสซอนที่ทำให้สกอร์ไม่ขาดไปกว่านั้น ส่วนที่แอนฟิลด์ เราควรจะเป็นฝ่ายชนะในแมตช์นั้น ขณะที่ปารีสฯ ยังคงรักษาความแข็งแกร่งของทีมไว้ได้ พวกเขาไม่ได้ดึงนักเตะใหม่เข้ามา แต่ทีมของเราในตอนนี้เปลี่ยนไปจากฤดูกาลที่แล้ว

เกี่ยวกับการลุ้นแชมป์แชมเปียนส์ลีก

ผมไม่ค่อยอยากมองไปไกลขนาดนั้น โดยเฉพาะเมื่อต้องเจอกับคู่แข่งอย่างปารีสฯ พวกเขาคือแชมป์เก่าและคู่ควรกับมันอย่างที่สุด ปีที่แล้วพวกเขาทำผลงานได้สุดยอด และปีนี้อาจจะดียิ่งกว่าเดิม แม้ว่าพวกเขาจะยังเป็นทีมที่ยอดเยี่ยมมาก แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ มักจะเป็นตัวตัดสินผลการแข่งขัน

ปีที่แล้วการดวลจุดโทษเป็นตัวตัดสิน และพวกเขาก็คว้าความสำเร็จไปได้ทั้งหมด โดยปกติแล้ว ทีมที่จะไปต่อได้ในแชมเปียนส์ลีกหรือฟุตบอลโลกมักจะต้องผ่านการชนะจุดโทษมาให้ได้ แม้ผมอยากจะเชื่อว่าจุดโทษไม่ใช่เรื่องของดวง แต่บางครั้งโชคก็มีส่วน ดอนนารุมม่าทำหน้าที่ได้ดีมากในการดวลจุดโทษครั้งนั้น ตอนนี้ผมยังไม่มองไกลไปกว่าเกมพรุ่งนี้ซึ่งเป็นภารกิจแรก และหลังจากนั้นเกมกับฟูแล่มในวันเสาร์ก็ถือเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่เช่นกัน

เกี่ยวกับเกมที่พบปารีสฯ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว

ในเกมนนั้นผมไม่ได้พูดอะไรมากนัก แต่อาจจะมากกว่าแมตช์อื่นนิดหน่อย สาเหตุเป็นเพราะที่แอนฟิลด์เราเล่นได้ดีกว่า แต่ทั้งสองนัดเราทุ่มเทสมาธิไปที่ฟุตบอลอย่างเต็มที่ มีแท็กติกบางอย่างที่เราควบคุมไม่ได้ เช่น การถ่วงเวลา เป็นต้น เกมฤดูกาลที่แล้วเราแค่พยายามทำทุกอย่างเพื่อที่จะเป็นผู้ชนะในทั้งสองเลก

เกี่ยวกับการขาดหายไปของ อลิสซอน

เราเตรียมตัวมาอย่างเต็มที่สำหรับเกมนี้ ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน ผมไม่อยากให้ต้องใช้ผู้รักษาประตูด้วยซ้ำ แต่มันเป็นไปได้จริงไหม? ฤดูกาลนี้ปารีสฯ มีเพียงเกมเดียวเท่านั้นที่ทำประตูไม่ได้ เกมรุกของพวกเขามีคุณภาพสูงมาก ดังนั้นเราจึงต้องการผู้รักษาประตูที่ยอดเยี่ยมจริงๆ แต่ในช่วง 35 นาทีแรกที่เอติฮัด เราแทบไม่ต้องใช้ผู้รักษาประตูเลย ผมหวังว่าเขาจะช่วยเซฟลูกสำคัญๆ ให้เราได้บ้าง

เกี่ยวกับการหาวิธีเพื่อให้ทีมโชว์ฟอร์มได้ดี

ผมยอมรับว่าฟอร์มของเรามีขึ้นมีลงจริงๆ แต่ประวัติศาสตร์ของลิเวอร์พูลพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเรามักจะยืนหยัดได้ในยามยากลำบาก เราเคยผ่านสถานการณ์คับขันมาหลายครั้งและก้าวข้ามมันมาได้เสมอ ตอนนี้เราต้องแสดงจิตวิญญาณนั้นออกมาอีกครั้ง ทีมนี้สามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เหมือนเกมที่เราเจอ กาลาตาซาราย ที่แอนฟิลด์ ซึ่งเป็นเกมในบ้านที่ดีที่สุดของเราในฤดูกาลนี้

แน่นอนว่าพูดง่ายกว่าทำ เรามักจะมีช่วงเวลาฟอร์มตก 5 ถึง 10 นาทีในระหว่างเกม และที่เอติฮัดมันยาวนานถึง 20 นาที จนทำให้เราเสีย 4 ประตู ถึงอย่างนั้น ลูกทีมของผมก็ได้พิสูจน์มาหลายครั้งว่าพวกเขาสามารถฮึดกลับมาได้ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ นอกเหนือจากคุณภาพของทีมแล้ว ลูกทีมของผมยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการต่อกรกับทีมระดับท็อปของยุโรปในเกมสำคัญๆ และปารีสฯ ก็คือทีมระดับนั้น ยกเว้นเพียงแค่ผลงานสองครั้งที่เอติฮัด สเตเดียม เท่านั้นเอง