ข่าวฮอต

เปิดหมดเปลือก! "ลาปอร์ต้า" แฉฮาวีโดนใช้เป็นเครื่องมือแบ่งแยกแฟนบอล ย้ำดีลเมสซี่เคยจบแล้ว

เปิดหมดเปลือก!
การเลือกตั้งประธานสโมสรบาร์เซโลนากำลังจะมาถึง โดยเป็นการแข่งขันระหว่าง โจน ลาปอร์ต้า และ วิคตอร์ ฟอนต์ ในสัปดาห์นี้ ลาปอร์ต้า ได้ไปร่วมรายการ "El Partidazo" ทางสถานีวิทยุ COPE เพื่อให้สัมภาษณ์พิเศษเกี่ยวกับทุกประเด็นของบาร์ซ่า รวมถึงตอบโต้คำพูดที่เป็นประเด็นของชาบีอย่างตรงไปตรงมา

นักข่าว: นี่คือการสัมภาษณ์ทิ้งทวนก่อนเลือกตั้งหรือเปล่า

ลาปอร์ต้า: หวังว่าจะยังมีโอกาสอีกครับ ช่วงที่ผ่านมาพวกเราทำงานหนักมากเพื่อกอบกู้บาร์เซโลนา

นักข่าว: ช่วงนี้คุณเป็นอย่างไรบ้าง ดูเหมือนจะพักผ่อนน้อยนะ

ลาปอร์ต้า: ผมนอนวันละ 5-6 ชั่วโมงครับ คุณภาพการนอนยังถือว่าดีอยู่

นักข่าว: งานหาเสียงต้องเร่งเครื่องเพิ่มไหม

ลาปอร์ต้า: สัปดาห์ที่ผ่านมาเราจัดกิจกรรมเยอะมาก ผมรู้สึกว่าคะแนนนิยมยังเพิ่มขึ้นไม่เร็วเท่าที่ควร แต่ภาพรวมยังไปได้สวย ผมอยากคุยกับแฟนบอลทั่วไปที่คุยเรื่องบอลตามร้านอาหารอย่างจริงใจ ซึ่งผมก็ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ผมใกล้ชิดกับแฟนบอล ต่างกับฟอนต์ที่เอาแต่หลบหลังจอคอมพิวเตอร์และคอยลอกนโยบายเรา สไตล์เราต่างกันลิบลับครับ

นักข่าว: คุณคิดว่าใครทำได้ดีกว่าในการดีเบตวันนี้

ลาปอร์ต้า: ผมรู้สึกว่าตัวเองทำได้ดี คนรอบข้างก็บอกว่ากระแสเรากำลังมา แต่ผมไม่ค่อยชอบคุยเรื่องผลโพลเท่าไหร่ ย้อนกลับไปตอนเรามารับงาน บาร์ซ่าพังพินาศมาก สนามทรุดโทรม ผลงานแย่ หนี้ท่วมหัว แต่ตอนนี้เรามีสนามใหม่ ทีมกลับมาชนะต่อเนื่อง นั่นคือเหตุผลที่เราอยากอยู่ต่อเพื่อพาบาร์ซ่าไปสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง

ส่วนชาบีนั้นตั้งใจพูดจาทำร้ายเรา ฟอนต์พยายามใช้เขามาแบ่งแยกแฟนบอลแต่ไม่สำเร็จ การแยกทางกับชาบีเป็นเรื่องน่าปวดใจแต่มันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด ดูหลักฐานสิครับ ตอนเขาคุมทีมเราแพ้รวด แต่พอฟลิคมาเรากลับมาชนะ ผลประโยชน์ของบาร์ซ่าต้องมาก่อน แม้จะเป็นระดับตำนานก็ต้องยอมรับ

นักข่าว: เรื่องเมสซี่ คุณคิดว่าชาบีโกหกไหม

ลาปอร์ต้า: ผมไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูดเลย ตอนเมสซี่หมดสัญญากับปารีสฯ เขามีโอกาสกลับมา ฮอร์เก้ เมสซี่ พ่อของเขามาหาผมที่บ้านและบอกชัดเจนว่า ไมอามี่เป็นทางเลือกที่ดีกว่าบาร์เซโลนาหรือซาอุฯ เพราะการเล่นที่นี่ต้องแบกรับความกดดันจากสื่อมหาศาล ชาบีขุดเรื่องนี้มาพูดเพียงเพื่อจะป่วนการเลือกตั้ง ซึ่งมันไม่เป็นความจริงเลย ฟอนต์ใช้ชาบีเป็นเครื่องมือ แต่มันไม่ได้ช่วยให้การดีเบตดีขึ้นเลย วิธีการของชาบีน่าผิดหวังมากครับ

บางคนบอกว่าชาบีโดนปลดเพราะทีมซ้อมหย่อนยาน ตัวเขาเองก็รู้ดีว่าทำไมเราถึงเลิกจ้าง เขาเคยสารภาพว่าบาร์ซ่าสู้มาดริดไม่ได้ แล้วภายหลังก็มาแก้ตัวว่าคำพูดโดนบิดเบือน เดโก้เตือนผมว่าชาบีอยากโละนักเตะยกชุด ผมจึงรีบติดต่อเขา จริงๆ ผมคุยกับฟลิคตั้งแต่ปี 2021 แล้ว แต่ตอนนั้นเขายังคุมทีมชาติเยอรมันอยู่

พอชาบีบอกว่าจะลาออกตอนจบซีซั่น เราก็เริ่มหานายใหญ่คนใหม่ทันที ฟลิคเริ่มศึกษาข้อมูลบาร์ซ่าตั้งแต่วันนั้น แต่พอท้ายฤดูกาลชาบีกลับเปลี่ยนใจอยากอยู่ต่อ ผมถามเขาว่า "คุณเชื่อจริงๆ เหรอว่าทีมนี้จะทำได้ดีกว่าเดิม?" เขาให้สัญญาเป็นมั่นเหมาะว่าจะคว้าแชมป์ แต่สุดท้ายคำพูดกับบารมีการกระทำมันย้อนแย้งกันเอง

นักข่าว: คุณเคยบอกว่าแผนคว้าตัวเมสซี่ผ่านการอนุมัติจากลาลีกาแล้ว

ลาปอร์ต้า: ชาบีบอกผมเองว่าอยากได้เมสซี่กลับมา เราเตรียมสัญญาไว้เรียบร้อยและส่งให้ฮอร์เก้ เมสซี่ ดูแล้ว ทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้วว่าเขาจะกลับมาคัมป์ นู

นักข่าว: คุณกังวลไหมว่าเมสซี่จะออกมาพูดเรื่องนี้

ลาปอร์ต้า: ผมยินดีมากถ้าเมสซี่จะออกมาพูดความจริง เพราะความจริงก็คือความจริงครับ

นักข่าว: ตอนนั้นหนี้บาร์ซ่าเยอะแค่ไหน แล้วตอนนี้เป็นอย่างไร

ลาปอร์ต้า: เราลดหนี้ไปได้แล้ว 200 ล้านยูโร เดิมหนี้จากการดำเนินงานสูงถึง 680 ล้านยูโร ส่วนเงินกู้ 1,500 ล้านยูโรสำหรับโปรเจกต์สนามใหม่นั้นจะใช้รายได้จากสนามชำระคืน นอกจากนี้เรายังลดสัดส่วนเพดานเงินเดือนจาก 98% ลงมาเหลือ 54% แล้ว

นักข่าว: มีกระแสว่า "ถ้าทีมไม่ชนะ ฟลิคอาจต้องไป" ตัวเขาว่าอย่างไรบ้าง

ลาปอร์ต้า: เขายืนยันว่ามีความสุขมากที่บาร์ซ่าและเมืองบาร์เซโลนา การทำงานกับเดโก้ก็ราบรื่นมาก แต่ฟอนต์กลับประกาศว่าจะเปลี่ยนตัวเดโก้ ตอนนี้วิกตอร์ ฟอนต์ กลายเป็นภัยคุกคามอันดับหนึ่งของโปรเจกต์กีฬาบาร์ซ่า เขาพยายามเอาคนสามคนมาทำงานแทนเดโก้คนเดียว ซึ่งเป็นการดูถูกความสามารถของเดโก้มาก แถมสามคนนั้นระดับยังเทียบเดโก้ไม่ได้เลย ถ้าฟอนต์เข้ามาวุ่นวาย แผนงานกีฬาคงพังไม่เป็นท่า

นักข่าว: อิทธิพลของ อเลฮานโดร เอเชวาร์เรีย เป็นอย่างไรบ้าง

ลาปอร์ต้า: เอเชวาร์เรียคือคนที่ผมไว้ใจที่สุด โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับลาลีกา เขาเก่งเรื่องการรักษาความสามัคคีในห้องแต่งตัว เป็นคนฉลาด ตรงไปตรงมา และแก้ปัญหาเก่งมาก เขาและมาซิปคือมือซ้ายมือขวาที่ผมมอบหมายงานให้ได้เต็มที่ และเอเชวาร์เรียไม่เคยรับค่าตอบแทนเลย คำแนะนำที่ดีที่สุดในชีวิตผมมาจาก โยฮัน ครัฟฟ์ ไอดอลของผมเอง คนเราถ้าเคมีตรงกันความเชื่อใจก็เกิด ทุกคนมีหน้าที่ต่างกัน ผมยินดีเป็นผู้นำ แต่ก่อนตัดสินใจผมรับฟังคนรอบข้างเสมอ อำนาจบริหารเป็นสิทธิของบอร์ดและประธาน คนอื่นไม่มีสิทธิ์มาก้าวก่าย ตอนปลดชาบี มีแค่ ราฟา ยุสเต และ เอเชวาร์เรีย ที่ออกมาป้องชาบีจนนาทีสุดท้าย พวกเขาแบกความกดดันไว้เยอะมาก สุดท้ายผมเป็นคนเคาะตัดสินใจเอง มันเป็นกระบวนการที่เจ็บปวด ผมเชื่อว่าวันหนึ่งชาบีจะเข้าใจ

นักข่าว: ที่คุณบอกว่าต้อง "เอาชนะทุกอย่างและทุกคน" หมายถึงอะไร

ลาปอร์ต้า: คำนี้ใช้อธิบายสถานการณ์ที่ยากลำบากของสโมสรครับ ในอดีตเราติดหล่มกับสัญญาที่ไร้การควบคุมจนโดนชักใย แถมยังมีกลุ่มอำนาจจากมาดริดที่คอยจ้องทำลายชื่อเสียงของบาร์ซ่าอย่างต่อเนื่อง

นักข่าว: ถ้ามาดริดทำเรื่องแบบกรณีเนเกรยร่าบ้าง คุณคิดว่าจะเป็นอย่างไร

ลาปอร์ต้า: ตลอด 17 ปี บาร์ซ่าแค่ซื้อรายงานผู้ตัดสินและวิดีโอจากบริษัทหนึ่ง ซึ่งเรามาทราบภายหลังว่าเป็นของลูกชายเนเกรยร่า ผมมั่นใจว่ามาดริดก็ทำแบบเดียวกัน ทุกวันนี้พวกเขายังติดต่อใกล้ชิดกับ เมเจีย ดาวิล่า อยู่เลย สิ่งที่ภายนอกตีข่าวเป็นเพียงการจ้องจับผิดเพื่อตัดสินความผิดเราก่อนศาลจะตัดสิน ตอนนี้สโมสรมีหน่วยงานดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะแล้ว

นักข่าว: คุณคิดว่าการจ่ายเงินให้รองประธานผู้ตัดสินเป็นเรื่องเสียเกียรติไหม

ลาปอร์ต้า: อย่าลืมว่าเรื่องแบบนี้มันมีมานานถึง 72 ปีแล้ว... ตอนนี้ ฟรอง โซโต้ กำลังพยายามยกระดับผู้ตัดสินและทุกฝ่ายก็พยายามแก้ไขอยู่ แม้ผลลัพธ์จะยังไม่ชัดเจนนัก ตอนบาร์ซ่าลำบากไม่มีใครยื่นมือช่วย แต่พอคู่แข่งโดยตรงมีปัญหา นโยบายเกื้อหนุนกลับมาทันที

นักข่าว: คุณเคยคุยกับ ฟลอเรนติโน่ เรื่องลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดของมาดริดไหม

ลาปอร์ต้า: เราไม่ได้คุยเรื่องนั้นครับ เราคุยเรื่อง ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก เราต่างเห็นตรงกันว่ามันดีต่อฟุตบอลยุโรป เพื่อคานอำนาจสโมสรที่รัฐหนุนหลัง ก่อนประชุมสมาคมสโมสรยุโรปทุกครั้งผมจะไปเจอเขาที่มาดริดก่อน ผมเคยบอกเขาว่าเรื่องซูเปอร์ลีกลากยาวมา 3 ปีไม่มีความคืบหน้า เราต้องคุยกับยูฟ่า หลังจากนั้นเราก็นัดคุยกับ เซเฟริน พอไปเจอ เซเฟรินบอกว่าเขารับแพลตฟอร์มความร่วมมือได้ เพราะไม่มีใครปฏิเสธเงิน 4 พันล้านยูโรหรอก แต่เขาไม่ชอบที่ซูเปอร์ลีกจะตั้งตนเป็นอิสระมาแข่งกับยูฟ่า

นักข่าว: ฟลอเรนติโน่ เคยใช้เส้นสายช่วยบาร์ซ่าไหม

ลาปอร์ต้า: นักลงทุนของซูเปอร์ลีกเคยเสนอช่วยบาร์ซ่าครับ พวกเขาสัญญาว่าถ้าบาร์ซ่าอยู่กับโปรเจกต์ต่อ จะมอบเงินให้ 300 ล้านยูโร ผมบอกไปว่า "ถ้าเงินไม่มา ผมจะพามาร์ซ่าถอนตัว" สุดท้ายนักลงทุนก็ทำตามสัญญาและช่วยเราไว้ได้จริง

นักข่าว: ประตูที่สนามบาลาอิโดส มีการฟาวล์ก่อนหน้าไหม

ลาปอร์ต้า: นั่นฟาวล์ชัดเจนครับ ก่อนหน้านี้ที่สนามอาโนเอต้า ลูกยิงของยามาลก็โดนริบคืนเพราะฟาวล์ในลักษณะเดียวกัน ครั้งนี้มันชัดเจนยิ่งกว่าครั้งนั้นเสียอีก

นักข่าว: คำพูดของ อาร์เบลัว เกี่ยวกับการลงเลือกตั้งของคุณทำให้คุณไม่พอใจไหม

ลาปอร์ต้า: มันเป็นแค่คำพูดชี้นำครับ ผมไม่ได้รู้สึกว่าเป็นการไม่ให้เกียรติอะไร

นักข่าว: เมสซี่ กับ ยามาล ใครเก่งกว่ากัน

ลาปอร์ต้า: ยามาลคืออัจฉริยะและเป็นหัวใจหลักของทีมตอนนี้ ส่วนเมสซี่คือผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล เขาทุ่มเททุกอย่างให้บาร์ซ่า และบาร์ซ่าก็สร้างเขาขึ้นมา แต่บาร์ซ่ายุคนี้เป็นยุคของ คูบาร์ซี่, ยามาล, ราฟินญ่า, กาบี้, แบร์นาล และ จอร์ดี้ การ์เซีย...

นักข่าว: คุณอยากได้ กวาร์ดิโอล่า มาแทน ฟลิค ไหม

ลาปอร์ต้า: ฟลิคกำลังพิสูจน์ตัวเองด้วยผลงานและชนะใจทุกคน ผมเลือกสนับสนุนฟลิคครับ

นักข่าว: เปดรี้ จะเก่งกว่าชาบีไหม

ลาปอร์ต้า: เปดรี้มีส่วนผสมของทั้งชาบีและอิเนียสต้าอยู่ในตัวคนเดียว

นักข่าว: คุณอยากเห็นสเปนคว้าแชมป์โลกไหม

ลาปอร์ต้า: ผมยินดีกับคนที่เขามีความสุขกับการชนะเหมือนที่ผมสุขเวลาบาร์ซ่าชนะครับ แต่ความรู้สึกร่วมแบบนั้น (กับทีมชาติสเปน) ยังไม่เคยเกิดขึ้นกับผมเลย

นักข่าว: จะต่อสัญญากับ เลวานดอฟสกี้ ไหม

ลาปอร์ต้า: ผมอยากให้เขาอยู่ต่อมาก เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของเดโก้ แต่เลวานสมควรได้รับสัญญาใหม่ เขามาในจังหวะที่สโมสรวิกฤตที่สุดและช่วยให้เราฟื้นตัว หลังจบเกมกับบาเยิร์นตอนนั้นเขามุ่งมั่นจะมาบาร์ซ่าอย่างเดียวเพราะเขาหลงรักสโมสรนี้ ผมเชื่อว่าเขาไม่อยากย้ายไปไหนแน่นอน

นักข่าว: บรรยากาศในคัมป์ นู เคยเงียบเหงา คุณจะแก้ยังไง

ลาปอร์ต้า: การเพิ่มอัฒจันทร์เชียร์ (Cheering Stand) คือทางออกครับ ซีซั่นก่อนความสัมพันธ์ระหว่างแฟนบอลกับทีมมีรอยร้าว แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับมาดีแล้ว ผมอยากให้ทุกแมตช์มีบรรยากาศเหมือนตอนเจอแอตฯ มาดริด ลองนึกภาพคัมป์ นู ที่มีคนแสนกว่าคนกับอัฒจันทร์ฝั่งเหนือที่ลุกเป็นไฟดูสิครับ เราจะมีโซนเชียร์ที่สุดยอดเร็วๆ นี้

นักข่าว: คุณอยากให้คัมป์ นู จัดนัดชิงบอลโลกไหม

ลาปอร์ต้า: ผมหวังอย่างยิ่งครับ สนามนี้เหมาะสมที่สุดสำหรับการจัดนัดชิงบอลโลก

นักข่าว: วิคตอร์ ฟอนต์ มีอะไรเปลี่ยนไปบ้างไหม

ลาปอร์ต้า: เขาคือจุดอ่อนของแผนงานกีฬาบาร์ซ่า ชอบพูดจาเหน็บแนม ผมเคารพเขาในฐานะคู่แข่งนะ แต่หลายปีที่ผ่านมาเขาเอาแต่ค้านทุกเรื่อง เมินความจริง และคอยขัดแข้งขัดขา อย่างกรณีการลงทะเบียนโอลโม่เขาก็ป่วน เขาใช้คำโกหกสร้างกระแสไปทั่วว่าจะมีการเปลี่ยนสโมสรเป็นบริษัทจำกัด สำหรับผมคำพูดเขามันเดิมๆ ไม่มีอะไรใหม่

นักข่าว: ถ้าคุณไม่ต้องระบุชื่อเสียงเรียงนาม คุณอยากทำอะไร

ลาปอร์ต้า: ก็ทำเหมือนเดิมครับ

นักข่าว: คุณเป็นประธานสโมสรที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์บาร์ซ่าหรือเปล่า

ลาปอร์ต้า: โจน กัมเปร์ คือที่สุดครับ ส่วนผมแค่พยายามเดินตามรอยเขา

นักข่าว: มีเรื่องอะไรที่เสียใจไหม

ลาปอร์ต้า: ผมอยากรักษาชีวิตคู่ไว้ครับ มีหลายเรื่องในตอนนั้นที่ผมควรจะทำได้ดีกว่านี้

นักข่าว: คุณอยากกินมื้อค่ำกับใครมากกว่ากัน ระหว่าง ฟลอเรนติโน่ กับ ฟอนต์

ลาปอร์ต้า: ผมชอบบรรยากาศฟาดฟันทางคำพูด กินข้าวกับฟลอเรนติโน่สนุกกว่าแน่นอน แต่ถ้าจะคุยเรื่องจิตวิญญาณบาร์ซ่า ผมเลือกฟอนต์ครับ

นักข่าว: ระหว่างแชมป์ยูซีแอลกับเอกราชของกาตาลัน คุณเลือกอะไร

ลาปอร์ต้า: แชมป์ยูซีแอลครับ มันปลุกใจผมและดูเอื้อมถึงได้จริง ส่วนเรื่องเอกราชกาตาลันต้องมีอยู่ในใจเสมอแต่ไม่จำเป็นต้องพูดถึงบ่อยเกินไป

นักข่าว: ฟลิคเคยตำหนิคุณเรื่องมาสายไหม

ลาปอร์ต้า: ไม่ครับ เขาชอบบ่นตอนเครื่องบินกำลังลงจอดมากกว่า

นักข่าว: บทเรียนสำคัญที่สุดที่บาร์เซโลนาสอนคุณคืออะไร

ลาปอร์ต้า: จงเป็นตัวของตัวเอง

นักข่าว: มีอะไรอยากฝากถึงทุกคนไหม

ลาปอร์ต้า: ขอบคุณที่เข้าใจความรักที่มีต่อบาร์ซ่า และขอบคุณที่ร่วมปกป้องสโมสรนี้ไปกับผมโดยไม่เกรงกลัวใคร

นักข่าว: ถ้าชนะเลือกตั้ง มีคำมั่นสัญญาอะไรไหม

ลาปอร์ต้า: เรากำลังจะเข้าสู่ยุคทองของพวกเราครับ