เดอะ การ์เดี้ยน ชี้! "โฟเด้น" ฟอร์มดิ่งสวนทางความคาดหวัง จากว่าที่ตัวแทน "เดอ บรอยน์" สู่จุดถดถอย
ในนาทีที่ 76 ของเกมที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสมอกับน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ โฟเดนอาจต้องรับผิดชอบต่อจังหวะที่อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการลุ้นแชมป์ ขณะที่ซิตี้ขึ้นนำ 2-1 โฟเดนปล่อยให้เอลเลียต แอนเดอร์สัน หลุดตัวประกบ ก่อนที่แอนเดอร์สันจะตัดเข้าในและปั่นโค้งเสียบเสาไกลจากระยะ 20 หลาเข้าไปตีเสมอได้สำเร็จ เพียง 60 วินาทีให้หลัง เป๊ป กวาร์ดิโอลา ก็ตัดสินใจเปลี่ยนตัวเพลย์เมกเกอร์ทีมชาติอังกฤษรายนี้ออกทันที
นี่เป็นค่ำคืนที่แสนเจ็บปวดสำหรับเขา เพราะก่อนหน้านี้ประตูตีเสมอแรกของมอร์แกน กิ๊บส์-ไวต์ ก็มีต้นเหตุมาจากการที่โฟเดนจับบอลพลาด ซิตี้ทำได้เพียงผลเสมอ และเมื่ออาร์เซนอลบุกไปชนะที่บ้านของไบรท์ตันได้สำเร็จ ทำให้สถานการณ์การลุ้นแชมป์เริ่มเอนเอียงไปทางทีมปืนใหญ่
นี่คือหลักฐานล่าสุดที่บ่งชี้ว่าฟอร์มการเล่นของโฟเดนกำลังสะดุดลงในช่วงเวลาสำคัญที่ทีมต้องการเขามากที่สุด ทีมของกวาร์ดิโอลาไม่ได้เป็นเครื่องจักรสังหารที่ลื่นไหลเหมือนชุดคว้าสามแชมป์ปี 2022-23 หรือเวอร์ชันทำลายสถิติคว้าแชมป์สี่สมัยติดต่อกัน แต่พวกเขายังคงเดินหน้าไล่ล่าประวัติศาสตร์แชมป์สี่รายการ
สุดสัปดาห์นี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะบุกไปเยือนนิวคาสเซิลในศึกเอฟเอคัพ รอบที่ 5 ส่วนกลางสัปดาห์หน้า พวกเขาจะเดินทางไปสเปนเพื่อทำศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรกกับเรอัล มาดริด ปลายเดือนมีนาคม พวกเขาจะมีคิวพบกับอาร์เซนอลในรอบชิงชนะเลิศลีกคัพที่เวมบลีย์ และแม้จะเพิ่งทำได้แค่เสมอกับฟอเรสต์ แต่พวกเขายังมีโอกาสไล่ทำแต้มตามอาร์เซนอลที่แข่งมากกว่าหนึ่งนัดอยู่ 7 คะแนน
อย่างไรก็ตาม โฟเดนกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก ต่างจากภาพลักษณ์ของจอมทัพผู้เปี่ยมไปด้วยพลังที่เขาเคยเป็น การที่เขาได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมกับฟอเรสต์ถือเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ เพราะก่อนหน้านี้กวาร์ดิโอลามักจะดร็อปเขาไว้ที่ม้านั่งสำรองในเกมลีกถึงสองนัด และนี่เป็นเพียงการออกสตาร์ทตัวจริงครั้งที่สองในรอบเจ็ดนัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีกเท่านั้น
เมื่อถูกถามถึงโฟเดนในวันศุกร์ กวาร์ดิโอลาได้ออกมาปกป้องลูกทีมว่า "ค่อยเป็นค่อยไป แล้วเขาจะกลับมา ในนัดล่าสุดเราทำสิ่งดีๆ ได้หลายอย่าง พลังงานของเขายังคงอยู่ และเขายังสร้างโอกาสทำประตูดีๆ ให้ฮาแลนด์ได้ถึงสองครั้ง"
"นั่นคือสิ่งที่พวกเราอยากเห็นจากโฟเดน คือความกล้าหาญที่จะมีจิตใจและจิตวิญญาณที่เป็นอิสระอย่างเต็มที่ เพื่อแสดงพรสวรรค์อันเหลือเชื่อของเขาในแดนหน้า รับบอล หมุนตัวไปข้างหน้า หมุนตัวไปข้างหน้า ค่อยเป็นค่อยไป แล้วเขาจะทำได้"
หลังจากฟอร์มอันน่าผิดหวังในฤดูกาลที่แล้ว กวาร์ดิโอลาเคยรู้สึกฮึกเหิมกับช่วงปรีซีซัน โฟเดนทำไปถึง 3 ประตูจากการแข่งขันสโมสรโลก 4 นัด รวมถึงประตูที่ 100 ในสีเสื้อแมนฯ ซิตี้ ที่เขายิงได้ในนาทีที่ 104 ในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่ออร์แลนโด ซึ่งพบกับอัล ฮิลาล
แม้ซิตี้จะตกรอบด้วยสกอร์ 3-4 ในเกมที่ตื่นเต้นเร้าใจ แต่โฟเดนดูเหมือนจะสถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็นตัวแทนในการอุดช่องว่างที่เควิน เดอ บรอยน์ ทิ้งไว้ได้แล้ว
แต่สิ่งนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริง หลังจากเริ่มต้นฤดูกาลอย่างเชื่องช้า โฟเดนเคยมีช่วงที่ระเบิดฟอร์มยิง 8 ประตูจาก 9 นัด ตั้งแต่การทำสองประตูในเกมชนะดอร์ทมุนด์ 4-1 จนถึงประตูที่สามในเกมชนะคริสตัล พาเลซ 3-0 ในเดือนธันวาคม ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเขาไร้สกอร์ในการลงสนาม 17 นัดหลังสุด และไม่ใช่ตัวเลือกการันตีในทีมชาติอังกฤษชุดลุยบอลโลกอีกต่อไป เนื่องจากโฟเดนยังไม่ได้ตกลงสัญญาฉบับใหม่ เขาจึงกำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของอาชีพการค้าแข้ง โดยสัญญาปัจจุบันจะหมดลงในเดือนมิถุนายน 2027
นับตั้งแต่ประเดิมสนามในพรีเมียร์ลีกฐานะตัวสำรองในเกมชนะท็อตแนม 4-1 เมื่อเดือนธันวาคม 2017 โฟเดนถูกยกย่องให้เป็นอนาคตของแมนฯ ซิตี้ ยุคกวาร์ดิโอลา แล้วกลายเป็นปัจจุบัน เด็กหนุ่มท้องถิ่นที่ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ตั้งแต่อายุ 17 ปี จะเปล่งประกายในฐานะหัวใจสำคัญของเกมรุกไปอีกสิบปีหรือนานกว่านั้น
เก้าฤดูกาลผ่านไป เด็กหนุ่มท้องถิ่นรายนี้มีประวัติอันยอดเยี่ยม ทั้งแชมป์พรีเมียร์ลีก 6 สมัย, เอฟเอคัพ 2 สมัย, ลีกคัพ 4 สมัย, ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 1 สมัย, ยูฟ่าซูเปอร์คัพ 1 สมัย และสโมสรโลก 1 สมัย
เมื่อสองปีก่อนที่ซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 4 ติดต่อกัน โฟเดนทำไป 19 ประตูและ 8 แอสซิสต์จากการลงเล่น 35 นัดในลีก ทำให้เขาคว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมจากทั้งสมาคมนักฟุตบอลอาชีพและสมาคมผู้สื่อข่าวฟุตบอล ในวันปิดฤดูกาลที่ชนะเวสต์แฮม 3-1 ในสนามเอทิฮัดเพื่อคว้าแชมป์ โฟเดนคือคนสำคัญที่ยิงสองประตูตั้งแต่นาทีแรกๆ ช่วยให้ทีมตั้งหลักได้
อย่างไรก็ตาม ฟอร์มการเล่นในลีกฤดูกาล 2024-25 ของเขาลดลงอย่างมาก ด้วยการเป็นตัวจริง 20 นัด ทำได้ 7 ประตู และ 2 แอสซิสต์ ในเกมที่เสมอแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-0 เมื่อเดือนเมษายน เขาได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าจากการเข้าปะทะของคาเซมิโรจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออก และหลังจากนั้นเขาก็ต้องลงสนามทั้งที่มีอาการบาดเจ็บมาตลอด
หลังจากกวาร์ดิโอลาให้โอกาสเขาลงเล่นเป็นตัวสำรองเพียง 14 นาทีในเกมที่แพ้คริสตัล พาเลซ 1-0 ในนัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพ โฟเดนได้เปิดเผยถึงปัญหาอื่นๆ ว่า "ผมผ่านเรื่องราวหลายอย่างนอกสนาม ในทางจิตใจ บางครั้งมีเรื่องในชีวิตที่สำคัญกว่าฟุตบอล ฤดูกาลนี้ผมค่อนข้างลำบาก ข้อเท้าผมเจ็บมาตลอด และหลายเดือนที่ผ่านมานี้ผมต้องเล่นทั้งที่ยังมีอาการบาดเจ็บ"
ความยากลำบากยังคงดำเนินต่อไป แต่เขายังคงได้รับการสนับสนุนจากกวาร์ดิโอลา เมื่อถูกถามถึงจังหวะที่โฟเดนปล่อยหลุดตำแหน่งในวันพุธ กวาร์ดิโอลากล่าวว่า "มันไม่ใช่แค่ปัญหาของโฟเดน ในจังหวะนั้นมีความผิดพลาดถึงสี่จุด เขาเล่นได้ดี แต่พวกเรายังคงคุ้นเคยกับการที่เขาสร้างความแตกต่างได้อย่างเหลือเชื่อในแดนหน้า นักเตะประเภทนี้ อัจฉริยะเหล่านี้ต้องแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาในเวลาสำคัญ แล้วเขาจะกลับมาได้แน่"
จาก:ข่าวฮอต
โพสต์ฮอต
-
พรีวิวฟุตบอล เอฟเอคัพ อังกฤษ: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ vs ลิเวอร์พูล -
พรีวิวฟุตบอล เซเรียอา อิตาลี: อินเตอร์ มิลาน vs เอเอส โรม่า -
ลีกเอิง ฝรั่งเศส - ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 3-1 ตูลูส -
ฟาน ไดจ์ค รับหงส์ถอดใจเกมพ่ายเรือใบ ย้ำต้องสู้ต่อดวลเปแอสเช -
พรีวิวฟุตบอล ลาลิกา สเปน: แอตเลติโก้ มาดริด vs บาร์เซโลน่า -
พรีวิวฟุตบอล เซเรียอา: ยูเวนตุส vs เจนัว



