ข่าวฮอต

ดังทะลุ 83 เดซิเบล! แฟนราชันโห่ใส่ "วินิซิอุส" สื่อชี้อาจทำดีลต่อสัญญาพัง

ดังทะลุ 83 เดซิเบล! แฟนราชันโห่ใส่
อาส รายงานว่า เสียงโห่ในซานติอาโก เบร์นาเบว อาจส่งผลกระทบต่อการต่อสัญญาใหม่ของ วินิซิอุส

สงครามประสาทระหว่างแฟนบอลเรอัล มาดริด กับ วินิซิอุส นอกจากจะไม่เบาบางลงแล้ว กลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น แม้ทีมจะเพิ่งเอาชนะ เลบานเต้ มาได้แบบหืดจับ 2-0 จนสถานการณ์ในตารางคะแนนเริ่มนิ่งขึ้นบ้าง แต่แฟนบอลในเบร์นาเบวก็ยังไม่ยกโทษให้แข้งชาวบราซิลรายนี้ และยังคงส่งเสียงโห่ใส่เขาอย่างต่อเนื่อง

แม้ทั้งฝั่ง วินิซิอุส และสโมสรจะพยายามผลักดันการต่อสัญญาใหม่ แต่นี่คืออุปสรรคชิ้นโตที่โผล่ขึ้นมา นั่นคือบรรยากาศในสนาม เสียงโห่จากแฟนบอลมาดริดพุ่งเป้าไปที่เขาอย่างชัดเจน และนักเตะที่อ่อนไหวง่ายอย่าง วินิซิอุส ก็ดูจะได้รับความกระทบกระเทือนใจอย่างหนักเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ก่อนและหลังเกมกับเลบานเต้ สภาพจิตใจของ วินิซิอุส ย่ำแย่มาก หลังจากต้องเผชิญกับความเจ็บปวดซ้ำซ้อน ทั้งการพลาดแชมป์ 2 รายการในสัปดาห์เดียว และการเปลี่ยนตัวกุนซืออย่าง อลอนโซ่ ซึ่งเกมนี้เดิมทีควรจะเป็นบททดสอบสำหรับนักเตะทุกคนในทีม

ก่อนเริ่มเกม มีภาพจากสื่อ โมวิสตาร์ พลัส ที่กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ โดยเป็นภาพในอุโมงค์นักเตะ วินิซิอุส นั่งอยู่บนบันได และเมื่อโฆษกสนามประกาศชื่อของเขา เสียงโห่ก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วสนาม ทำให้เขาดูหดหู่เป็นอย่างมาก บรรยากาศตอนนั้นไม่ต่างอะไรจากขุมนรกทางเสียง ซึ่งเสียงโห่ดังถึง 83 เดซิเบล ถือเป็นระดับเสียงสะท้อนจากแฟนบอลที่ดังที่สุดในบรรดา 11 ตัวจริง จนเพื่อนร่วมทีมอย่าง เอ็มบัปเป้ ต้องเข้าไปปลอบใจ วินิซิอุส ที่กำลังใช้มือกุมหน้าอยู่

ผลงานในในสนามและต้นตอของความขัดแย้ง

เมื่อเกมเริ่มขึ้น ทุกครั้งที่ วินิซิอุส สัมผัสบอลจะมีเสียงโห่ตามมาเสมอ แม้ในช่วงท้ายเกมที่เขาโชว์ทักษะเฉพาะตัวลากเลื้อยผ่านคู่แข่งหลายคนเข้าไปยิงประตู เสียงที่ได้รับกลับมาก็ยังคงเป็นเสียงโห่ ต่อให้เขาจะทุ่มเทแค่ไหนในสนาม เสียงโห่เหล่านั้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง

ดูเหมือนว่า วินิซิอุส จะยังไม่สามารถสลัดภาพลักษณ์ด้านลบจากการแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวใส่ อลอนโซ่ ตอนถูกเปลี่ยนตัวออกในศึกเอล กลาซิโก เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วได้ ซึ่งนับตั้งแต่นั้นมาเขาก็ถูกแฟนบอลหมายหัวมาตลอด ทางสโมสรเองก็กังวลว่าเสียงโห่เหล่านี้จะเข้ามาแทรกแซงการเจรจาต่อสัญญา นอกจากนี้ ภาพที่เขานั่งหัวเราะบนม้านั่งสำรองในวันที่ทีมเล่นได้อย่างยากลำบากที่ทาราเวร่า ยังถูกมองว่าเป็นการขาดความเคารพต่อสโมสรจนทำให้แฟนบอลไม่พอใจ และเมื่อเหตุการณ์ในเอล กลาซิโก ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในชนวนเหตุที่ทำให้สโมสรตัดสินใจปลด อลอนโซ่ สถานการณ์ก็ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก

วิกฤตการณ์ต่อสัญญาในอนาคต

สถานการณ์ปัจจุบันส่งผลกระทบโดยตรงต่ออนาคตของ วินิซิอุส และกระทบต่อกระบวนการต่อสัญญาเชิงกลยุทธ์ที่ทั้งสองฝ่ายพยายามผลักดันมาตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน แม้ว่ากุนซือใหม่อย่าง อาร์เบโลอา จะเคยมอบอิสระในการบุกให้เขาอย่างเต็มที่ในเกมโกปา เดล เรย์ (เพราะเขาเป็นสตาร์แนวรุกเพียงคนเดียวที่ได้ลงตัวจริงในตอนนั้น) และแม้เขาจะทุ่มเทสุดตัวในเกมพบเลบานเต้ ทั้งการยิง 3 ครั้ง สร้างโอกาส 4 ครั้ง และแย่งบอลคืนมาได้ 4 ครั้ง ซึ่งสูงที่สุดในทีม แต่เขาก็ยังไม่พ้นการ "พิพากษา" จากแฟนบอลเรอัล มาดริด

หลังสิ้นเสียงนกหวีดจบเกม วินิซิอุส เดินเข้าอุโมงค์ห้องแต่งตัวเป็นคนแรกด้วยสีหน้าอมทุกข์ โดยมี อเซนซิโอ เดินเข้ามาตบที่ท้ายทอยเบาๆ เพื่อเป็นการปลอบใจ ความรักจากเพื่อนร่วมทีมพยายามจะช่วยชดเชยความเย็นชาและความกดดันที่เขาได้รับจากโลกภายนอก ซึ่งความกดดันนี้เองที่กำลังส่งผลต่อการต่อสัญญาของเขาอยู่ ณ ขณะนี้